Showing posts with label คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่. Show all posts
Showing posts with label คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่. Show all posts

Tuesday, January 15, 2019

เสียงลือเสียงเล่าอ้างอันใดเล่า เจ้าคุกเอ๋ย




ภัณฑิรา ดวงใจ...เรื่อง 
รางวัลเนื้อหาดีเด่น YOUTH BLOGGERS รุ่นที่ ๒๑ โรงเรียนนารีรัตน์จังหวัดแพร่
ณภัทร เหมืองทอง...ภาพ 
รางวัลภาพถ่ายดีเด่น YOUTH BLOGGERS รุ่นที่ ๒๑ โรงเรียนนารีรัตน์จังหวัดแพร่


สมัยพ่อนะ ตอนกลางคืนเขาไม่ค่อยมีใครผ่านคุ้มเจ้าหลวงหรอก เขาบอกว่ามักจะได้ยินเสียงประหลาดดังแว่วมาจากคุก

แน่ะ จะมาหลอกให้กลัวอีกแล้ว

นั่นคือภาพจำในช่วงเวลาหนึ่งที่ฉันได้สนทนากับพ่อเกี่ยวกับคุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่

ในตอนนั้นฉันคิดว่าพ่อต้องมาแกล้งให้กลัวแน่ๆ เพราะโรงเรียนของฉันก็อยู่ตรงข้ามกับคุ้มเจ้าหลวง เดินผ่านทุกวัน อยู่ที่โรงเรียนจนมืดค่ำ ก็ไม่เคยได้ยินเสียงอะไร

จนวันนี้เอง ฉันได้มีโอกาสมาเที่ยวที่คุ้มเจ้าหลวง เอาล่ะ ไปพิสูจน์คำพูดของพ่อกันดีกว่า


รู้ไหม เขาให้หันหลังเข้านะ เพื่อนสนิทมิตรสหายนาม “น้ำตาล” ได้กล่าวขึ้นในขณะที่ฉันกำลังจะเดินเข้าไปสำรวจภายในคุก

การมาเยี่ยมชมคุกที่ใต้ถุนคุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่นั้น มีเคล็ดว่าให้เดินหันหลังเข้าไปในคุก เพราะถือว่าเราจะไม่ได้เดินเข้าแบบนักโทษปกติ  จะได้ไม่ต้องเข้าคุกจริง ๆ   ทีหลัง

เออ ตอนเด็ก ๆ เคยมาที่นี่ พี่มัคคุเทศก์เขาบอกว่า นอกจากเจ้าหน้าที่ที่ดูแล ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่นะ ถ้าหยิบของมาโดยไม่ได้ขอ เดินหยิบมาหน้าตาเฉย แสดงว่าคนนั้นมีความผูกพันกับสิ่งนั้น มิตรสหายคนเก่าเจ้าเดิมกล่าวขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเราเดินมาดูบริเวณที่จัดแสดงโซ่ตรวนที่ใช้ล่ามนักโทษ

อื้อหือ ทำไมความเชื่อเกี่ยวกับคุกถึงได้เยอะแยะขนาดนี้นะ ยังมีเรื่องที่ไม่รู้อีกหรือเปล่าเนี่ย” ฉันนึกในใจ มาเที่ยวคราวนี้นอกจากจะมาพิสูจน์คำพูดพ่อแล้ว จะพิสูจน์คำพูดเพื่อนด้วยดีไหม ถ้าไปถามพี่มัคคุเทศก์ พี่เขาจะเล่าเรื่องลากยาวเหยียดไปถึงสุไหงโกลกไหม แต่มาถึงที่นี่ มีโอกาสแล้ว ก็ไปถามพี่เขาสักหน่อยเถอะ


อ๋อ คุกหรอ เมื่อก่อนมันไม่ใช่คุกนะ มันเป็นเหมือนห้องเก็บสมบัติของเจ้าเมืองกับที่อยู่ของทาส ที่เห็นเป็นช่องบนพื้นน่ะ เขาสันนิษฐานว่าเอาไว้ใช้สำหรับให้เจ้าเมืองเปิดเรียกใช้ทาสที่อยู่ชั้นล่าง พี่โจ การุณ ยาโน มัคคุเทศก์จิตอาสา อธิบายให้ฉันฟัง

อ้าว ตกลงมันไม่ใช่คุกหรอกหรือคะ

ตอนแรกน่ะไม่ใช่ แต่พอเกิดกบฏเงี้ยวเมืองแพร่ ช่วงปี พ.ศ. ๒๔๔๕ สมัยรัชกาลที่ ๕ ส่งกองทัพขึ้นมาปราบเสร็จแล้วใช่ไหม เขาก็เอาพวกนักโทษมาฝากขังไว้ที่นี่ก่อน แต่แค่ชั่วคราวนะ ประมาณ ๒ สัปดาห์ จากนั้นเขาก็ย้ายไปเรือนจำ แต่ตอนขังอยู่ที่นี่ เขาแบ่งเป็นห้องด้วยนะ จะมี ๓ ห้อง ห้องตรงกลางที่มืด ๆ เขามีไว้สำหรับนักโทษสถานหนัก ไม่ให้ข้าวให้น้ำ  ส่วนสองห้องข้าง ๆ เป็นโทษเบา ยังมีโอกาสได้เห็นเดือนเห็นตะวันบ้าง”  พี่โจอธิบายต่อ

พี่คะ พ่อหนูเคยเล่าให้ฟังว่าสมัยพ่อ ตอนกลางคืนจะได้ยินเสียงแปลก ๆ จากคุก มันเป็นเรื่องจริงไหมคะ ฉันเหลือบมองนาฬิกา เห็นว่าใกล้ได้เวลาที่ต้องไปทำธุระแล้ว จึงรีบถามคำถามที่คาใจ และเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันสนใจที่นี่เป็นพิเศษ

น่าจะมี แต่เราน่าจะไม่ทัน เพราะห้องตรงกลางเขาไม่ให้ข้าวให้น้ำไง คงมีตายกันบ้าง แต่คนที่ยังไม่ตายที่เขาย้ายไปน่ะ บางคนก็ไปรอประหาร คำตอบจบลงพร้อมกับเวลาที่หมดไป ฉันกล่าวขอบคุณพี่โจ ก่อนรีบไปทำธุระให้เสร็จ


เป็นอันว่ามาคุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่คราวนี้ ฉันได้ข้อสรุปของฉันแล้วล่ะ ว่าพ่อไม่ได้เล่าเรื่องแกล้งหลอกให้กลัว

แต่แล้วก็เกิดคำถามอีกข้อขึ้นมาในใจว่า ครั้งหน้าฉันจะมาเที่ยวอีกดีไหม เพราะว่าชั้นอื่น ๆ ยังไม่ได้ลองขึ้นไปสำรวจเลย