Showing posts with label ชุมพร. Show all posts
Showing posts with label ชุมพร. Show all posts

Monday, October 16, 2017

โครงการอบรมเยาวชน Youth Bloggers รุ่นที่ ๑๓ โรงเรียนสอาดเผดิมวิทยา จังหวัดชุมพร


อนุสาร อ.ส.ท. ร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)  ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานชุมพร จัดโครงการอบรมเยาวชน YOUTH BLOGGERS  รุ่นที่ ๑๓ ขึ้น ณ โรงเรียนสะอาดเผดิมวิทยา อำเภอเมือง ฯ จังหวัดชุมพร ในระหว่างวันที่ ๒๒-๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๐ ที่ผ่านมา   โดยมีนายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานพิธีเปิดการอบรม ซึ่งในการอบรมครั้งนี้เป็นนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายของโรงเรียนสอาดเผดิมวิทยา โรงเรียนศรียาภัย และวิทยาลัยอาชีวศึกษาชุมพร รวมทั้งสิ้น ๔๘ คน


อบรมภาคทฤษฏีในวันแรกช่วงเช้า นายภาคภูมิ น้อยวัฒน์ บรรณาธิการฝ่ายภาพ อนุสาร อ.ส.ท. ทำหน้าที่วิทยากร บรรยายเรื่องเทคนิคการเก็บข้อมูล การเขียน และการถ่ายภาพสารคดีท่องเที่ยว ก่อนที่ในช่วงบ่ายจะลงฝึกภาคปฏิบัติในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชุมพร และศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ณ หาดทรายรี สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดชุมพร   


ในวันที่สองผู้เข้าอบรมฝึกเชิงปฏิบัติการเขียนสารคดีสั้น พร้อมคัดเลือกภาพถ่าย นำเสนอผ่านทางเครือข่ายชุมชนออนไลน์  พร้อมรับฟังการวิจารณ์ผลงานเพื่อนำไปปรับปรุงในโอกาสต่อไป  

ผลงานที่ได้รับรางวัลจากการประกวดภายในรุ่นที่ ๑๓ มีดังนี้ รางวัลเนื้อหาดีเด่น ได้แก่นายธนดล จรรยา จากสารคดีเรื่อง “ลืมใครไปหรือเปล่า” รางวัลภาพถ่ายดีเด่นได้แก่ นายพีรพล ไทยนุกูล จากสารคดีเรื่อง “แรงดึงดูดจากกาลเวลา”  รางวัลนำเสนอดีเด่นได้แก่  นางสาวณิชาภัทร แสงวิลัย และรางวัลผลงานกลุ่มดีเด่นได้แก่ กลุ่มมะพร้าว (๗) นายนวมินทร์ ชูปลอด นายวรายุทธิ์ กุ้ยติ๋ว นายธนดล จรรยา นางสาวกานตรัตน์ ดวงสวัสดิ์ นางสาวณิชาภัทร แสงวิลัย และนางสาวพิชญากรณ์ โพธิ์เวียง จากสารคดีเรื่อง  “ความลับของหุ่น” โดยมีนายวินัย กรานมูล ผู้อำนวยการโรงเรียนสะอาดเผดิมวิทยาให้เกียรติเป็นผู้มอบรางวัลและกล่าวปิดการอบรม


ติดตามชมภาพถ่ายกิจกรรมและผลงานของเยาวชน YOUTH BLOGGERS ได้ที่ อนุสาร อ.ส.ท. ในคอลัมน์ “เยาวชนตากล้องท่องเที่ยวไทย” เป็นประจำทุกเดือน และทางออนไลน์ที่กลุ่ม www.facebook.com/groups/osothoYB และที่แฟนเพจ www.facebook.com/youthbloggers

Monday, July 24, 2017

ลืมใครไปหรือเปล่า




ธนดล จรรยา...เรื่องและภาพ
รางวัลเนื้อหาดีเด่นจากโครงการอบรมเยาวชน Youth Bloggers รุ่นที่ ๑๓ โรงเรียงสอาดเผดิมวิทยา จังหวัดชุมพร

 ศาลาของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า บรรยากาศเงียบเหงา มีเพียงกลิ่นธูปจาง ๆ และก้านธูปสีแดงเก่า ๆ ซึ่งคนมาจุดไว้นานแล้วปักอยู่ในกระถาง   

ทั้งที่ศาลาแห่งนี้ตั้งอยู่ด้านหลังของตำหนักกรมหลวงชุมพรหรือ “เสด็จเตี่ย” ซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย อบอวลด้วยกลิ่นธูป  ครึกครื้นไปด้วยเสียงเซ็งแซ่

ทำไมบรรยากาศของสถานที่สองแห่งถึงได้แตกต่างกันถึงขนาดนี้

หลายคนที่มาเที่ยวหาดทรายรี มักจะมาแวะกราบไหว้เสด็จเตี่ย แล้วก็เดินทางไปที่อื่น ๆ ต่อ โดยลืมไปว่าใกล้กันกับตำหนักกรมหลวงชุมพรฯ ยังมีศาลของ “หลวงปู่ศุข” วัดปากคลองมะขามเฒ่าตั้งอยู่


จะมีสักกี่คนที่ทราบว่าหลวงปู่ศุขนั้นเป็นอาจารย์ของเสด็จเตี่ย ตลอดชีวิตของหลวงปู่ศุขมีลูกศิษย์มากมาย แต่ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น "ศิษย์เอก" คือกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

ไม่ใช่เพราะเสด็จเตี่ยมีเชื้อสายเจ้าหรือเป็นพระโอรสของรัชกาลที่ ๕ แต่ที่นับว่าเป็นศิษย์เอก ก็เพราะว่าศิษย์คนนี้ รักและเคารพอาจารย์อย่างยอมตายถวายชีวิต

บันทึกจากคนเฒ่าคนแก่ยืนยันว่าเสด็จเตี่ย ได้รับการถ่ายทอดวิชาอาคมจากหลวงปู่ศุขไว้มากที่สุดเหนือกว่าศิษย์คนใด ทั้งยังมีความผูกผันกันอย่างลึกซึ้งดุจพ่อลูก  ครั้งเสด็จเตี่ยสิ้นพระชนม์ เมื่อหลวงปู่ศุขได้รับทราบข่าว ท่านก็ถึงกับนั่งซึม และเป็นเช่นนั้นนานมาก จนในที่สุดหลวงปู่ศุขได้มรณภาพลงด้วยโรคชราในปลายปี พ.ศ. ๒๔๖๖ อันเป็นปีเดียวกับที่เสด็จเตี่ยสิ้นพระชนม์


เสด็จเตี่ยได้ถวายเรือให้หลวงปู่ศุขใช้ในการบิณฑบาต มีความยาว ๘ ศอก โดยสั่งต่อเป็นพิเศษ ทำด้วยไม้ชิ้นเล็ก ๆ อัดด้วยตะปูทองแดงทั้งลำ เรือลำนี้ไม่ต้องใช้ชันยาก็ไม่รั่ว นอกจากนี้ตรงกลางลำเรือยังมีพนักพิงสวยงาม มีพนักทำโปร่ง สามารถถอดออกจากเรือได้ ทำเป็น ๓ ชิ้น เวลาไม่ใช้ก็พับได้ เวลาที่หลวงปู่ศุขท่านนั่งเรือออกบิณฑบาต ท่านจะนั่งตรงกลาง มีลูกศิษย์พายหัวพายท้าย หลังจากที่หลวงปู่ได้มรณภาพลง เรือลำนี้ยังคงใช้ได้อยู่จนถึงสมัยสมุหทองหล่อ ทัศมาลี จากนั้นได้นำมาเก็บไว้ที่หอประชุมทางด้านเหนือของบริเวณวัดปากคลองมะขามเฒ่า เพราะเป็นหน้าแล้ง และไม่ได้นำมาใช้อีกเลย

มีเรื่องเล่าบอกต่อ ๆ กันมาว่าเสด็จเตี่ย ทรงโปรดการใช้วิถีชีวิตกลางแจ้ง ท่านจะวัดปากคลองมะขามเฒ่าบ่อย ๆ ส่วนใหญ่แล้วพระองค์จะเสด็จมาทางเรือ บางครั้งก็มีเรือติดตามมาด้วยหลายลำ ในการเสด็จมาของพระองค์นั้น บางครั้งจะทรงนำหม่อมและโอรสมาด้วย  มีหลักฐานเป็นลายพระหัตถ์ในสมุดเซ็นเยี่ยมของวัด  

บางครั้งกรมหลวงชุมพรฯ จะทรงคุยกับหลวงปู่ศุขจนถึงดึกดื่น บางครั้งจะประทับที่วัดปากคลองมะขามเฒ่าอยู่เป็นเดือน ๆ ซึ่งนอกจากจะมาศึกษาวิชาไสยศาสตร์แล้ว พระองค์ยังถือโอกาสพักผ่อนพระวรกายและยังได้คลุกคลีกับราษฎร

จากเรื่องเล่าต่าง ๆ ที่กล่าวมานี้ ย่อมแสดงว่าหลวงปู่ศุขเป็นผู้ที่เสด็จเตี่ยรักและเคารพเป็นอย่างมาก


เพราะฉะนั้นจึงไม่อยากให้ทุกคนที่มายังหาดทรายรี มากราบไหว้เพียงแค่เสด็จเตี่ยเท่านั้น แต่อยากให้ทุกคนนึกถึงศาลาหลวงปู่ศุขที่ตั้งอยู่ทางด้านหลังของตำหนักของเสด็จเตี่ยด้วย