Showing posts with label น่าน. Show all posts
Showing posts with label น่าน. Show all posts

Monday, May 8, 2017

“เหรา” ตัวคายนาค

 โฉมหน้าของเหราแบบชัด ๆ 

นพรัตน์ จิโน... เรื่องและภาพ
ผลงานสารคดีสั้นจากผู้เข้าร่วมอบรมในโครงการ YB Special # 1

วันนี้พวกเราแก๊งค์ “หนุ่มสาวน่านเนิบ ๆ” ตั้งใจเป็นอย่างมากที่ จะเดิน “เล๊อะวัดแวดวา” ในเมืองน่านให้ทั่ว เพราะได้ยินได้ฟังมานานแล้วว่า “น่าน” เป็นจังหวัดที่มี “วัด” ซึ่งเป็นแหล่งท่องที่มีชื่อเสียงเป็นจำนวนมาก

ไม่เป็นว่าจะเป็น “วัดภูมินทร์” ที่มีจิตรกรรมฝาผนังภาพ “ปู่ม่าน ย่าม่าน” ซึ่งกลายเป็นภาพ “กระซิบรักบันลือโลก” เป็นเอกลักษณ์ของเมืองน่านที่ผู้คนนึกถึงกันทั่วไป “วัดพระธาตุเขาน้อย” จุดวิวพอยด์ที่สามารถมองเห็นภาพมุมสูงของตัวเมืองน่านได้อย่างสวยงาม “วัดพระธาตุแช่แห้ง” วัดประจำคนที่เกิดปีเถาะหรือปีกระต่ายที่ครั้งหนึ่งในชีวิตจะต้องมากราบไหว้สักการะบูชาให้ได้ 

 วัดมิ่งเมือง ที่ตั้งศาลหลักเมือง

วัดมิ่งเมือง” วัดนี้เองที่พวกเราหนุ่มสาวน่านเนิบ ๆ ตั้งใจจะเริ่มเดินเที่ยววัดแบบเนิบ ๆเป็นวัดแรกเพราะวัดมิ่งเมืองนี้เป็นวัดที่อยู่ใจกลางเมือง มีสถาปัตยกรรมโบสถ์วิหารเป็นสีเงิน งดงามชวนตื่นตายิ่งนัก

จากการสังเกตรูปปั้นต่าง ๆ ในวัดนี้มี “สัตว์ประหลาด” อยู่ตัวหนึ่งที่ชวนให้สงสัยว่าทำไมมันต้อง “คาย” รูปปั้นพญานาคตัวใหญ่สองฝั่งบันไดทางขึ้น หรือคายรูปปั้นเทวดา ยักษ์ หรือรูปปั้นสัตว์ต่าง ๆ ด้วย

จากสอบผู้เฒ่าผู้แก่และพระในวัด ทำให้ทราบว่าเจ้าตัวประหลาดนี้ชื่อว่าตัว “เหรา” หรือ “มกร” 

 เหราคายเทวดาและอมนุษย์

แต่ก่อนจะไปรู้จักกับเจ้าตัวประหลาดนี้ พระท่านและผู้เฒ่าในวัดมิ่งเมืองได้เมตตาเล่าเรื่องของวัดมิ่งเมืองนี้ว่าสร้างขึ้นโดยสมเด็จเจ้าฟ้าอัตถะวรปัญโญ เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ ๕๗ ได้โปรดให้ฝังเสาหลักเมือง ณ วัดมิ่งเมืองแห่งนี้ เมื่อปี ๒๓๓๓ ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญสำหรับการตั้งบ้านเมืองจนเป็น “เมืองน่าน” และ “จังหวัดน่าน” ในทุกวันนี้

 เสาหลักเมืองน่าน

แต่เดิม “เสาหลักเมืองน่าน” เป็นเสาไม้สักทองทรงกลมขนาดใหญ่สูงประมาณ ๓ เมตร หัวเสาเป็นรูปดอกบัวตูม

ในปีพ.ศ. ๒๕๐๖ เกิดน้ำท่วมใหญ่ กระแสน้ำจากแม่น้ำน่านได้ไหลเข้าท่วมถึงตัวเสาหลักเมือง ทำให้เสาหลักเมืองโค่นล้มลง เพราะรากเสาผุกร่อนมาก เนื่องจากฝังดินมานานกว่าร้อยปี

จนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๕๑๔  ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านในขณะนั้น จึงได้นำข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ร่วมกันสร้างเสาหลักเมืองน่าน พร้อมสร้างศาลครอบเสาหลักเมืองขึ้นเป็นครั้งแรก โดยอาราธนาหลวงปู่โง่น จากจังหวัดพิจิตร มาเป็นช่างในการสร้างเสาหลักเมืองนี้ โดยนำเสาหลักเมืองน่านต้นเดิมมาเกลาแต่งใหม่ แล้วสลักหัวเสา เป็นพรหมสี่หน้าจนเป็นเสาหลักเมืองมาจนทุกวันนี้

 เหราคายพญานาคสามเศียร

กลับมาที่เจ้าตัวประหลาด “เหรา” หรือ “มกร” เป็นสัตว์ในความเชื่อของพม่าและล้านนา ว่าเป็นสัญลักษณ์ตัวแทนของความไม่รู้หรืออวิชชา ส่วนที่คายนาค หรือเทวดา หรือสัตว์ที่บำเพ็ญบุญออกมา นั้นก็เป็นสัญลักษณ์สื่อถึงการก้าวเข้าสู่วิชา


ทั้งนี้เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจให้กับผู้ที่มาวัด เข้าโบสถ์ ว่าเรามาเพื่อบำเพ็ญบุญกุศล เพื่อกำจัด “อวิชชา” หรือ “ความไม่รู้”ของเรานั่นเอง.

 เหราคายพญาครุฑ

"ฮ้านน้ำ...น้ำใจ๋คนน่าน" ร้านน้ำ...น้ำใจคนน่าน

 ร้านน้ำในบริเวณวัดภูมินทร์ (เหม่ง วาไรตี้ทราเวล...ภาพ) 
วิจิตร จิตรวงศ์นันท์... เรื่องและภาพ

วิถีแห่งชนคนเมืองน่านแต่ดั้งเดิมมาผู้คนที่มีบ้านเรือนอยู่ติดกับถนนหนทางจะสร้างร้านน้ำไว้ใกล้กับประตูหน้าบ้านของตน โดยจะมีหม้อน้ำ ๒ - ๓ ใบ (เป็นหม้อดินเผา ปั้นโดยช่างปั้นหม้อในท้องถิ่น) พร้อมด้วยกระบวยตักน้ำ ทำจากกะลามะพร้าว ด้ามทำมาจากไม้เนื้อแข็ง แกะสลักเป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ ส่วนมากจะเป็นรูปหางพญานาคอย่างสวยงาม ผู้ที่สัญจรผ่านทางไปมาก็สามารถแวะตักน้ำดื่มได้ตามความต้องการของตน

ปัจจุบันนี้ไม่เห็นร้านน้ำหน้าบ้านอีกแล้ว แต่น้ำใจคนน่านยังมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม

 ร้านน้ำหน้าบ้านหลวงธนานุสรณ์


ภาพที่ท่านเห็นอยู่นี้ เป็นร้านน้ำที่บ้านคุณหลวงธนานุสรณ์ (ช่วง โลหะโชติ) บรรพบุรุษของ สส.น่านหลายท่าน

เรื่องร้านน้ำนี้มีเกล็ดขำ ๆ เล่าสู่กันมาอยู่เรื่องหนึ่ง ผู้เขียนจำมาจากผู้เฒ่าผู้แก่

ท่านเล่าให้ฟังว่ามีบ้านหลังหนึ่ง เจ้าของบ้านท่านตั้งร้านน้ำไว้หน้าบ้าน เพื่อเป็นการทำทานแก่ผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา โดยมีหม้อน้ำ ๓ ใบ กระบวย ๓ ขนาด คือขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก

 อยู่มาวันหนึ่ง มีคนสัญจรเดินผ่านทางมาถึงหน้าบ้านหลังนั้น ผู้ผ่านทางคงจะกระหายน้ำมาก จึงตรงเข้าไปหยิบกระบวยขนาดเล็กจ้วงตักน้ำจากในหม้อขึ้นมาดื่มถึง ๓ กระบวย

เจ้าของบ้าน ซึ่งนอนเล่นอยู่ใต้ถุนบ้านมองเห็นดังนั้น ก็ลุกขึ้นมา เดินเข้าไปหาคนผ่านทาง
แล้วต่อว่า “ท่านกระหายน้ำมาก ทำไมไม่ใช้กระบวยใหญ่ตักล่ะ”

ผู้ผ่านทางก็มองหน้าเจ้าของบ้าน ขอบคุณ แล้วก็เดินจากไป

ต่อมามีคนผ่านทางอีกคนหนึ่ง ผ่านมาถึงหน้าบ้านหลังนั้น แล้วแวะเข้าไปดื่มน้ำ
โดยใช้กระบวยใบใหญ่ตักน้ำขึ้นดื่ม เมื่อดื่มไม่หมดก็เททิ้ง

  เจ้าของบ้านมองเห็นก็เดินเข้ามาต่อว่าอีก “ท่านไม่กระหายมากทำไมไม่ใช้กระบวยใบกลางหรือใบเล็กล่ะ”

    คนผ่านทางก็ไม่ตอบโต้แล้วเดินทางต่อไป 

   คำเล่าลือถึงความเป็นคนเจ้าระเบียบ และรู้จักประมาณตนของเจ้าของบ้านหลังนั้น ถูกเล่าขานสืบต่อกันมาจนถึงรุ่นของข้าพเจ้า

 ร้านน้ำในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน (ภาคภูมิ น้อยวัฒน์...ภาพ) 

Thursday, December 1, 2016

รักน่านไปนาน ๆ นะเออ


เรื่องและภาพโดย นางสาวกันตา ตันกุระ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนปัว จังหวัดน่าน
สารคดีจากโครงการอบรมเยาวชน YOUTH BLOGGERS รุ่นที่ ๘

          สวัสดีค่ะ ต้องบอกเลยว่านี่เป็นการตั้งอัลบั้มเชิงท่องเที่ยวครั้งแรกของเรา 

เริ่มจากการที่เมื่อวานนี้ได้มีโอกาสเข้าร่วมการอบรม Youth Bloggers แล้วโครงการก็มีกิจกรรมให้ได้ร่วมสนุก นั่นคือการนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณข่วงเมืองน่าน ซึ่งถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายมากกกกก 5555

ที่ท้าทายก็เพราะว่าบริเวณข่วงมีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะ และแต่ละที่มีจุดเด่นที่ต่างกัน ดังนั้นทำให้เราตัดสินใจยากนิดนึง อารมณ์ประมาณรักพี่เสียดายน้อง สุดท้ายเราจึงเลือก "วัดภูมินทร์" สถานที่ซึ่งหากใครมาน่านแล้วไม่ได้แวะ ถือว่ายังมาไม่ถึง

            ในตอนที่เราไปเที่ยวนั่น เป็นตอนบ่าย แดดนี่เปรี้ยง แต่ก็มีลมโชยมาเป็นระยะ สามารถเดินทอดน่อง ชิล ๆ ได้สบายเลย โดยปกติแล้วตามประสาเด็กน่านก็จะคิดว่าเป็นแค่วัดแหละ ไม่เห็นจะมีอะไร

แต่ขอบอกเลยว่าคิดผิด นั่นก็เพราะว่านอกจากวัดภูมินทร์จะเป็นวัด เป็นสถานที่ท่องเที่ยว มีสถาปัตยกรรมโดดเด่นสวยงาม (ถึงขนาดรัฐบาลไทยสมัยช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ เคยนำรูปไปตีพิมพ์บนธนบัตรใบละ ๑ บาทมาแล้ว)  มีภาพกระซิบรักบันลือโลก (ปู่ม่าน ย่าม่าน) มีพระประธานจตุรทิศ มี มี มี...   โอ๊ย ย ย มีเยอะจนบอกไม่หมดแล้วพี่บัวลอย

บอกได้คำเดียวว่าที่เราพูดมาเป็นอะไรที่พื้นมาก เด็ก ป . ๓ ยังรู้เลย

ฉะนั้น...วันนี้จึงอยากจะพาทุกคนไปทัวร์วัดภูมินทร์ในแง่มุมใหม่ๆของเราบ้าง หลายๆคนอาจจะไม่ค่อยแปลกใจ แต่เราแปลกใจ ฮ่า ๆ แบบโอ้โฮ สวยได้อีก งั้นมาดูกันเลย...Let's go


 โดยปกติแล้วทุกคนคงจะเห็นรูปด้านหน้าตรง ๆ ของวัดภูมินทร์บ่อยแล้ว เราเลยมีความคิดว่าเอามุมใหม่บ้างดีกว่า จึงได้รูปนี้มา แสงกำลังดีเลย ฮี่ ๆ อย่างที่ทราบมาแล้วว่าวัดภูมินทร์เป็นวิหารจัตุรมุข อาคารนี้เป็นทั้งพระอุโบสถ พระวิหาร และพระเจดีย์ประธาน ตั้งอยู่บนหลังพญานาค ๒ ตัว มีประตูทั้งสี่ทิศ ซึ่งถือว่าเป็นUnseen เหนือ Unseen เพราะมีแห่งเดียวในประเทศไทย สถาปัตยกรรมยังมีกลิ่นอายของความเป็นล้านนา แบบวิถีคนน่าน มองเมื่อไหร่ก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจ 


ต่อมาขอนำเสนอภายในวัดบ้าง ขอบอกว่าพระประธานสวยจริง ๆ เพราะเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ ๔ องค์ หันหน้าออกไปทางประตูทั้งสี่ทิศ เมื่อมองไปยังพระพักตร์ จะเห็นเหมือนกับว่าท่านกำลังยิ้มอวยพรให้เรา ต้องขอนำเสนอหลาย ๆ มุม เพราะอยากให้ทุกคนได้เห็นความงดงามของพระพุทธรูป ถ้ามีโอกาสมาเยี่ยมชม จะพบว่าเมื่อเดินรอบ ๆ วัด แล้วดูมองเข้ามาภายในวิหาร จะเจอพระพุทธรูปเสมอ 

ถัดมาเป็นภาพส่วนหนึ่งของจิตรกรรมฝาผนังของวัดภูมินทร์ สาเหตุที่เราไม่เลือกภาพกระซิบรักนั่นก็เพราะว่าสามารถหาดูได้ง่าย ในขณะที่จิตรกรรมในวัดส่วนอื่น ๆ ที่มีความงามและคุณค่าไม่ต่างกันนั้น ยังไม่ได้ถูกเผยแพร่สู่สายตาของคนอื่น ๆ มากนัก อยากให้ทุกคนมาชมภาพที่วัดเลย เพราะในทุก ๆ ด้านของผนังวิหารได้บอกเล่าเรื่องราว ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ประเพณี ประวัติของจังหวัดน่านในอดีตไว้ได้อย่างงดงาม ผ่านภาพจิตรกรรมบนฝาผนัง 


เดินดูรอบวัดแล้วพบว่า ข้าง ๆ วิหารมีสถาปัตยกรรมที่เดินผ่านแล้วอาจจะไม่ค่อยเตะตาสักเท่าไหร่นัก แต่ถ้าใครมีโอกาสได้ไป ลองแวะเข้าไปดูสถูปเจดีย์พระมาลัยโปรดโลก ภายในเป็นรูปปูนปั้นจำลองนรกสำหรับคนที่ทำบาปว่าจะได้รับผลกรรมเช่นไร เพื่อเป็นการย้ำเตือนใจให้เรารู้สึกเกรงกลัว ละอายต่อการทำสิ่งที่ไม่ดี 

เนื่องจากความสวยงามไม่สามารถเล่าผ่านภาพได้แบบจุใจ จึงอยากขอเรียนเชิญทุกท่านมาเที่ยว มาเยี่ยมชมเมืองน่าน เพราะความงดงามของน่านนครยังไม่หมดเพียงเท่านี้

มาแล้วคุณจะหลงรักเมืองน่าน เมืองที่ห้อมล้อมไปด้วยทรัพยากร เมืองแห่งอารยธรรม

เมืองที่คุณจะรู้สึกว่าเป็นคนในครอบครัวมากกว่านักท่องเที่ยว
 
 YOUTH BLOGGERS รุ่นที่ ๘ อำเภอเมืองฯ จังหวัดน่าน