Tuesday, June 19, 2018

STORY


เทพอักษร ย้อนเพชร...เรื่อง Youth Bloggers...ภาพ  
ผลงานสารคดีสั้นรางวัลเนี้อหาดีเด่นในโครงการอบรมเยาวชน Youth Bloggers รุ่นที่ ๑๗ โรงเรียนบ้านไร่วิทยา จังหวัดอุทัยธานี

            เราเดินทางออกจากโรงเรียนเมื่อเวลาตอนบ่ายโมง

            
ใช้เวลาในการเดินทางมาถึงต้นไม้ยักษ์ประมาณ ๒๐ นาที กว่าจะมาถึงนั้นดูเหมือนมันจะไม่ง่ายเลยเสียทีเดียว เพราะเส้นทางที่คดเคี้ยวไปมา ฉันลืมบอกไป ว่าฉันมารถบัสของโรงเรียน นึกดูนะ รถบัสคงบังคับยากน่าดู เราชื่นชมคนขับมากที่สามารถขับในทางที่คดเคี้ยวไปมานี้ได้

             โครงการอบรมเยาวชน Youth Bloggers ให้เวลาในการถ่ายรูปที่ต้นไม้ยักษ์ประมาณ ๑ ชั่วโมง เราเดินลงรถมาสิ่งที่เราเห็นครั้งแรกคือของที่วางขายคล้ายประหนึ่งตลาด แต่ของขายไม่มากเท่าไหร่ เราเดินเข้าไปตามทางที่ระหว่างสองข้างทางจะเป็นร้านขายของสำหรับคนท้องถิ่น ด้านหลังของร้านขายของเป็นลำธารที่มีน้ำไหลผ่านตลอดและอีกฝั่งจะเป็นป่า 


            เราเดินเข้าไปไม่นานนักก็พบต้นไม้ยักษ์ ไม่ใกล้ไม่ไกลจากต้นไม้ยักษ์ยังมีศาลเจ้าที่อยู่ด้วย ใครที่ไปเยี่ยมชมก็อย่าลืมไปไหว้ท่านกันด้วยนะ ต้นไม้ยักษ์เป็นต้นไม้ที่สูงมาก มีรากและโคนที่ใหญ่มากเลยละ เราเองนี่ก็เพิ่งเคยมาครั้งแรก ขนาดอยู่ที่อำเภอบ้านไร่นะ 555 พอเดินเข้าไปอีกก็จะพบกับป่าหมากจำนวนมากอยู่รายรอบล้อมต้นไม้ยักษ์ มีต้นไม้อีกหลายชนิดเลยที่เกาะอยู่ตามต้นหมาก ตามใต้ต้นรากโคนที่ใหญ่นั้นก็จะมีสัตว์เล็กสัตว์น้อยอาศัยอยู่เต็มไปหมด ถือเป็นป่าหมากที่อุดมสมบูรณ์มากเลยทีเดียว 

            เราตามเก็บภาพตามประสาของเราไป พอถึงเวลาใกล้จะขึ้นรถ พี่ ๆ วิทยากรก็เรียกน้อง ๆ ไปขึ้นรถ ระหว่างทางเดินกลับ เราก็สังเกตเห็นกล้วยวางอยู่บนแคร่ มันดูสวยดีเลยเข้าไปถ่ายภาพ แต่สิ่งที่พบนั้นเป็นกล้วยที่มีแมลง มด และผึ้งเจาะกินอยู่ เราเลยถ่ายภาพเก็บไว้ ต้องความใจเย็นและระมัดระวังมาก ๆ เลย ก็ผึ้งเล่นบินตลอดเลยนี่นา กว่าจะนิ่งได้ก็ตอนหยุดกินกล้วย หรือดูดน้ำหวานจากกล้วยก็ไม่รู้สิ^^ 


            หลังจากนั่นเราก็ไปขึ้นรถไปถ่ายภาพต่อที่วัดถ้ำเขาวง แต่ฟ้าฝนอาจไม่เป็นใจ อยู่ ๆ ก็ตกลงมา ตอนแรกเราคิดว่าคงต้องรออยู่รถอีกนาน แต่ไม่เลย พอถึงถ้ำเขาวงสักพักนิด ๆ ฝนก็หยุดตก ทำให้พื้นพอชุ่มชื้นขึ้นมา ท้องฟ้าวันนี้มืดครึ้มตลอดทั้งวันเลย พอฝนหยุดตกเราก็ลงจากรถ ลงมาถ่ายภาพด้วยเวลาที่มีจำกัด และเราที่ลีลาเอามาก ๆ จึงไม่ค่อยได้ถ่ายอะไรมาเลย เราเดินไปไม่ทั่วด้วยซ้ำ 😢 

               แต่อย่างว่าล่ะ ถึงแม้จะเดินไปไม่ทั่ว แต่แค่เดินไปทางเข้าก็พบกับความสวยงาม เราเดินไปบนพื้นอิฐสีแดงตัดกับสีเขียวสองข้างทางที่มีหญ้าและไม้ดอกไม้ประดับคล้าย ๆ สวนฝนที่เพิ่งตกทำให้ใบไม้มีละอองน้ำเกาะอยู่  ให้ความรู้สึกชุ่มชื่น ผ่อนคลาย และสบายตามาก 

            พอเราเดินไปจนสุดก็จะพบกับความสวยที่มองจากมุมไกล เห็นภูเขาลูกใหญ่เป็นพื้นหลัง และมีวัดซึ่งมีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมบ้านเรือนไทยคล้ายศาลพระภูมิ มีบึงน้ำอยู่ด้านล่างสุด ตัดด้วยสะพานไม้สำหรับให้คนเดินไปให้อาหารปลา รอบ ๆ มีไม้ดอกไม้ประดับรอบล้อมตลอดทางเดินทุกทาง เสียดายที่เราไม่ได้เดินให้ทั่วและขึ้นไปดูภายในวัด ด้วยความลีลาของเราเอง 55 แต่แค่ได้มองและถ่ายภาพก็รู้สึกผ่อนคลายและสบายใจ





           ถึงแม้ท้องฟ้าจะมืดครึ้มแต่มันก็เป็นวันดี ๆ ของเราอีกวันหนึ่ง ที่ได้ลองมาเปิดประสบการณ์และโลกกว้างขึ้นอีก “ถึงรูปจะไม่สวยสำหรับใคร แต่มันมีค่าสำหรับใครบางคน” ️ 

                หากใครมาเยี่ยมชมก็อย่าถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกันไว้ด้วยล่ะ  และนี่คือ story ของการเดินทางครั้งที่ ๑ ของเราเอง

              ปล.ภาพที่เราถ่ายเป็นมุมเล็ก ๆ ของสัตว์ที่น่ารัก และมุมมองของฟ้าหลังฝน 

Monday, June 18, 2018

โครงการอบรมเยาวชน YOUTH BLOGGERS รุ่นที่ ๑๗ โรงเรียนบ้านไร่วิทยา จังหวัดอุทัยธานี



อนุสาร อ.ส.ท. ร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) จัดโครงการอบรมเยาวชน YOUTH BLOGGERS  รุ่นที่ ๑๗ ขึ้น ณ โรงเรียนบ้านไร่วิทยา อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ในระหว่างวันที่ ๑๒-๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๑ ที่ผ่านมา โดยมีนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายของโรงเรียนบ้านไร่วิทยาเข้าร่วมโครงการ ฯ  รวมทั้งสิ้น ๕๐ คน


ในพิธีเปิดการอบรม นายอนุกูล กรัณย์เมธากุล ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านไร่วิทยา กล่าวตอ้นรับ  โดยมีนายปัญญา ใช้เฮ็ง นายอำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานีให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด

 ช่วงเช้าของวันแรกเป็นการอบรมภาคทฤษฏี โดยนายภาคภูมิ น้อยวัฒน์ บรรณาธิการฝ่ายภาพ อนุสาร อ.ส.ท. ทำหน้าที่วิทยากร บรรยายเรื่องเทคนิคการเก็บข้อมูล การเขียน และการถ่ายภาพสารคดีท่องเที่ยว ก่อนที่ในช่วงบ่ายจะลงฝึกปฏิบัติภาคสนามเก็บข้อมูล และถ่ายภาพประกอบสำหรับจัดทำสารคดีสั้น ณ  ต้นไม้ยักษ์บ้านสะนำ และวัดถ้ำเขาวง แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอบ้านไร่ ซึ่งมีจุดสนใจหลากหลายประเภท ทั้งในด้านธรรมชาติอย่างน้ำตกหลากไหล บรรยากาศร่มรื่นด้วยแมกไม้ ถ้ำขนาดใหญ่งดงามด้วยหินงอกหินย้อย เรือนไทยอันงดงามของวัดถ้ำเขาวง รวมไปถึงสถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ 




ในวันที่สองผู้เข้าอบรมฝึกเชิงปฏิบัติการเขียนสารคดีสั้น พร้อมคัดเลือกภาพถ่าย นำเสนอผ่านทางเครือข่ายชุมชนออนไลน์  พร้อมรับฟังการวิจารณ์ผลงานเพื่อนำไปปรับปรุงในโอกาสต่อไป  ผลงานที่ได้รับรางวัลจากการประกวดภายในรุ่นที่ ๑๗ มีดังนี้  รางวัลนำเสนอดีเด่นได้แก่ นางสาววิภารัตน์ พรมพิราม รางวัลเนื้อหาดีเด่น ได้แก่นางสาวเทพอักษร ย้อนเพชรจากสารคดีเรื่อง "Story" รางวัลภาพถ่ายดีเด่น ได้แก่ นายสหรัฐ กองช้าง จากสารคดีเรื่อง "ผู้ดูแลป่าหมาก"  รางวัลเนื้อหาและภาพประกอบดีเด่น ได้แก่ นางสาวกันต์หทัย ดอนเจอดีย์ จากสารคดีเรื่อง "กล้วยทอดป้าวี" โดยมีนายภาคภูมิ น้อยวัฒน์ บรรณาธิการฝ่ายภาพ อนุสาร อ.ส.ท. เป็นผู้มอบรางวัล พร้อมมอบประกาศนียบัตรให้กับผู้เข้ารับการอบรม และกล่าวปิดการอบรม



Thursday, March 15, 2018

YOUTH BLOGGERS รุ่นที่ ๑๖ (YB Special)



อนุสาร อ.ส.ท. ร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) จัดโครงการ YOUTH BLOGGERS  รุ่นที่ ๑๖  ขึ้นในระหว่างวันที่ ๒๗ – ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุม โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาเกษตรกรรมบนที่สูงของมูลนิธิชัยพัฒนา อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายจิระชาติ ซื่อตระกูล ปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ) หัวหน้ากลุ่มบริหารงานปกครองอำเภอฝางให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการอบรม


ในครั้งนี้จัดถือเป็น  YOUTH BLOGGERS SPECIAL” เนื่องจากเป็นการจัดอบรมการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวผ่านสื่อโซเชียลออนไลน์ ในฐานะเครือข่ายท่องเที่ยวชุมชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการจัดการการท่องเที่ยวให้กับเจ้าหน้าที่และบุคคลากรทางด้านการประชาสัมพันธ์ในพื้นที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ มีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นผู้ทำงานเกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์เข้าร่วมโครงการ ฯ  รวมทั้งสิ้น ๕๓ คน


ในวันแรกช่วงเช้าเป็นการอบรมภาคทฤษฏี โดยนายภาคภูมิ น้อยวัฒน์ บรรณาธิการฝ่ายภาพ อนุสาร อ.ส.ท. ทำหน้าที่วิทยากร บรรยายเรื่องเครือข่ายการประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวออนไลน์ของอนุสาร อ.ส.ท. และการสร้างคอนเทนต์เพื่อเผยแพร่ทางสื่อโซเชี่ยลในมาตรฐานเดียวกันกับของอนุสาร อ.ส.ท.  ประกอบด้วยเทคนิคการเก็บรวบรวมข้อมูล การเรียบเรียงเนื้อหาเป็นสารคดีสั้น และการถ่ายภาพแหล่งท่องเที่ยวให้ดูน่าสนใจเพื่อใช้ประกอบสารคดีท่องเที่ยว



 ในช่วงบ่ายจะลงฝึกปฏิบัติภาคสนามเก็บข้อมูล และถ่ายภาพประกอบสำหรับจัดทำสารคดีสั้น  โดยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าอบรมแต่ละคนลงพื้นที่ทำงานจริงในเขตรับผิดชอบของตนเอง เพื่อเก็บข้อมูลและถ่ายภาพแหล่งท่องเที่ยวในท้องถิ่นของตน ทั้งในด้านธรรมชาติ ประวัติศาสตร์โบราณคดี ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี  ตลอดจนถึงที่พักและอาหารการกิน นำมาสร้างสรรค์ นำเสนอเป็นสารคดีสั้นประกอบภาพถ่าย เพื่อใช้เป็นคอนเทนท์เผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์



ในวันที่สองผู้เข้าอบรมฝึกเชิงปฏิบัติการเขียนสารคดีสั้น พร้อมคัดเลือกภาพถ่าย จัดทำเป็นสารคดีท่องเที่ยวขนาดสั้น พร้อมนำเสนอถึงกระบวนการในการคิดสร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งผู้เข้าอบรมแต่ละคนต่างก็ใช้ความรู้ความสามารถในการสร้างสรรค์ทั้งเนื้อหาและภาพถ่ายกันอย่างเต็มที่ แสดงถึงความพร้อมในการทำหน้าที่เครือข่ายด้านการท่องเที่ยวท้องถิ่น ที่จะนำเอาข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ  ในพื้นที่ของตนเอง ออกมาร่วมนำเสนอผ่านทางเครือข่ายชุมชนออนไลน์ของอนุสาร อ.ส.ท. ต่อไป 
  


หลังจากการวิจารณ์ผลงานโดยวิทยากรเพื่อเสนอแนะแนวทางการปรับปรุงผลงานให้สมบูรณ์ในโอกาสต่อไปแล้วก็เป็นพิธีมอบประกาศนียบัตร โดยนายจิระชาติ ซื่อตระกูล ปลัดอำเภอให้เกียรติเป็นผู้มอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการอบรมและกล่าวปิดการอบรม




 ขอเชิญน้อง ๆ เยาวชนอายุไม่เกิน ๒๕ ปี ร่วมสนุกส่งภาพถ่ายและบอกเล่าเรื่องราวแหล่งท่องเที่ยวใกล้บ้านเข้าประกวด ชิงรางวัลกล้องคอมแพ็กต์มูลค่า ๓,๐๐๐ บาท พร้อมประกาศนียบัตร และเสื้อยืด YOUTH BLOGGERS เป็นประจำทุกเดือน โดยดูรายละเอียดการส่งผลงานเข้าประกวด และชมภาพถ่ายกิจกรรมและผลงานของเยาวชน YOUTH BLOGGERS ได้ที่ อนุสาร อ.ส.ท. ในคอลัมน์ “เยาวชนตากล้องท่องเที่ยวไทย” เป็นประจำทุกเดือน และทางออนไลน์ที่กลุ่ม www.facebook.com/groups/osothoYB และที่แฟนเพจ www.facebook.com/youthbloggers

Thursday, February 22, 2018

โครงการอบรมเยาวชน YOUTH BLOGGERS รุ่นที่ ๑๕ โรงเรียนเชียงดาววิทยาคม จังหวัดเชียงใหม่



อนุสาร อ.ส.ท. ร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) จัดโครงการอบรมเยาวชน YOUTH BLOGGERS  รุ่นที่ ๑๕  ขึ้น ณ โรงเรียนเชียงดาววิทยาคม อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ในระหว่างวันที่ ๓๐-๓๑ มกราคม ๒๕๖๑ ที่ผ่านมา โดยมีนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายของโรงเรียนเชียงดาววิทยาคม เข้าร่วมโครงการ ฯ  รวมทั้งสิ้น ๖๓ คน



ในวันแรกช่วงเช้าเป็นการอบรมภาคทฤษฏี โดยนายภาคภูมิ น้อยวัฒน์ บรรณาธิการฝ่ายภาพ อนุสาร อ.ส.ท. ทำหน้าที่วิทยากร บรรยายเรื่องเทคนิคการเก็บข้อมูล การเขียน และการถ่ายภาพสารคดีท่องเที่ยว ก่อนที่ในช่วงบ่ายจะลงฝึกปฏิบัติภาคสนามเก็บข้อมูล และถ่ายภาพประกอบสำหรับจัดทำสารคดีสั้น ณ วัดถ้ำเชียงดาว แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอเชียงดาว 


ภายในบริเวณมีจุดสนใจหลากหลายประเภท ทั้งในด้านธรรมชาติอย่างภูเขาหินปูน ร่มรื่นด้วยแมกไม้ที่กำลังเปลี่ยนสีสวยงาม ใต้ภูเขาเป็นที่ตั้งของถ้ำขนาดใหญ่งดงามด้วยหินงอกหินย้อย รวมไปถึงสถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ อันเก่าแก่อย่างมณฑปประดิษฐานพระพุทธรูป ๔ หลังและเจดีย์ทรงเครื่องศิลปกรรมแบบพม่า กระจายตัวอยู่ภายในพื้นที่อันกว้างขวางของวัด




ในวันที่สองผู้เข้าอบรมฝึกเชิงปฏิบัติการเขียนสารคดีสั้น พร้อมคัดเลือกภาพถ่าย นำเสนอผ่านทางเครือข่ายชุมชนออนไลน์  พร้อมรับฟังการวิจารณ์ผลงานเพื่อนำไปปรับปรุงในโอกาสต่อไป  ผลงานที่ได้รับรางวัลจากการประกวดภายในรุ่นที่ ๑๕ มีดังนี้ รางวัลเนื้อหาดีเด่น ได้แก่นายธีรภัทร มณีจันทร์ จากสารคดีเรื่อง “กาแฟหลงดอย” รางวัลภาพถ่ายดีเด่นได้แก่นายโชติพัฒน์ สาระจันทร์  จากสารคดีเรื่อง “ถ้ำเชียงดาวบ่ได้มีดีแค่ถ้ำบ่ดายเน้อ” รางวัลนำเสนอดีเด่นได้แก่นางสาวสตรีรัตน์ หมื่นพฤกษ์ จากสารคดีเรื่อง “อดีตอันลึกลับ”  โดยมีนางอรพิน อุเทนสุต รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนเชียงดาววิทยาคมให้เกียรติร่วมในพิธีมอบประกาศนียบัตร มอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวด และกล่าวปิดการอบรม







ร่วมสนุกส่งภาพถ่ายและบอกเล่าเรื่องราวแหล่งท่องเที่ยวใกล้บ้านเข้าประกวด ชิงรางวัลกล้องคอมแพ็กต์มูลค่า ๓,๐๐๐ บาท พร้อมประกาศนียบัตร และเสื้อยืด YOUTH BLOGGERS เป็นประจำทุกเดือน โดยดูรายละเอียดการส่งผลงานเข้าประกวด และชมภาพถ่ายกิจกรรมและผลงานของเยาวชน YOUTH BLOGGERS ได้ที่อนุสาร อ.ส.ท. ในคอลัมน์ “เยาวชนตากล้องท่องเที่ยวไทย” เป็นประจำทุกเดือน และทางออนไลน์ที่กลุ่ม www.facebook.com/groups/osothoYB และที่แฟนเพจ www.facebook.com/youthbloggers

Monday, December 18, 2017

มุมที่ไม่น่าพลาด พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระปฐมเจดีย์



เรื่องและภาพโดย กลุ่ม “GanGer” นายณรงค์เดช ถมังรักษ์สัตว์  นางสาวลัทธพรรณ เปรมปรีสุข  นางสาวณภัทร หอยสังข์  นางสาวธนภรณ์ เสริมสินสุข  และนางสาวณิรัชชา คุณาคำ  
ผลงานรางวัลสารคดีประเภทกลุ่มดีเด่นจากโครงการอบรมเยาวชน Youth Bloggers รุ่นที่ ๑๔ ณ โรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย จังหวัดนครปฐม

ในการร่วมกิจกรรมอบรมเยาวชน Youth Bloggers รุ่นที่ ๑๔  ทางโครงการ ฯ ได้จัดให้มีการลงพื้นที่ถ่ายภาพและเก็บข้อมูลในบริเวณวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองนครปฐม

เมื่อลงจากรถโรงเรียน เพื่อนกลุ่มอื่น ๆ ต่างก็แยกย้ายกันไปตามจุดต่าง ๆ ที่อยู่ไม่ไกล แต่กลุ่มของเราไม่อยากซ้ำกับใคร จึงได้พากันเดินไปที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระปฐมเจดีย์ อาคารเล็ก ๆ ทางด้านทิศใต้ขององค์พระปฐมเจดีย์ ถึงจะเดินไกลหน่อยแต่ก็คุ้มค่า เพราะด้านในมีแอร์เย็น ๆ เป็นสถานที่หลบร้อนได้ดี และถ้าเป็นนักเรียนในเครื่องแบบอย่างพวกเรา ยังไม่ต้องเสียค่าเข้าชมอีกด้วย


เมื่อเข้าไปด้านในก็จะพบคุณลุงทวีป สิงขรรักษ์ เจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์มาต้อนรับ พร้อมทั้งให้คำแนะนำ บอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับโบราณวัตถุที่จัดแสดงอยู่หลายชิ้นให้พวกเราฟัง

 ที่มีเรื่องราวน่าสนใจก็คือพระพุทธรูปของพระยากงพระยาพาน คุณลุงบอกกล่าวถึงตำนานที่เล่าว่าพระองค์นี้สร้างเป็นตัวแทนของพระยากง (พ่อ)ที่พระยาพาน(ลูก) สร้างขึ้นเพื่อไถ่บาป ที่มาของเรื่องมีอยู่ว่า เมื่อพญาพานเกิดมา พญากงผู้เป็นพ่อได้ให้โหรทำนายอนาคตว่าลูกจะเป็นอย่างไร โหรทำนายว่าลูก (พญาพาน) จะฆ่าพ่อ พญากงได้ยินดังนั้นก็เลยสั่งให้ทหารเอาพญาพานไปฆ่าทิ้งเสีย แต่ทหารไม่กล้าฆ่า จึงแค่จับลอยแพไปตามแม่น้ำ จนไปเจอยายแก่คนหนึ่งชื่อยายหอม เก็บเอาพญาพานไปเลี้ยง  

หลายปีต่อมาพญาพานเติบโตขึ้น ได้เป็นใหญ่ที่เมืองราชบุรี ยกทัพไปตีเมืองของพญากงพร้อมกับฆ่าผู้เป็นพ่อตาย ด้วยความไม่รู้จึงคิดจะนำภรรยาของพญาพาน ซึ่งเป็นแม่ของตน มาเป็นภรรยาของตนเองอีกด้วย แต่เกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้นคือ เมื่อเข้าไปหาแม่ แม่เกิดน้ำนมไหลออกมา จึงไปถามยายหอม ยายหอมจึงเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น พญาพานโกรธที่ยายหอมไม่บอกก่อน ทำให้ตนฆ่าพ่อ จึงฆ่ายายหอมผู้เลี้ยงดูตนเองไปอีกคน

ต่อมาพญาพานเกิดสำนึกผิด จึงคิดสร้างเจดีย์พระประโทนและพระพุทธรูปเพื่อเป็นการแสดงถึงความเสียใจและไถ่บาปในการฆ่าพ่อและยายหอม ซึ่งเปรียบได้กับแม่บุญธรรม


 เจดีย์จุลประโทนจำลอง คือโบราณวัตถุอีกอย่างที่น่าชม ไม่ใช่แค่เพราะเกี่ยวกับเรื่องราวในตำนาน แต่ยังมีฐานะเป็นโบราณสถานสมัยทวารวดีที่สำคัญ เชื่อกันว่าสถานที่ตั้งเจดีย์องค์นี้ คือบริเวณกลางเมืองนครปฐมโบราณ ที่เจริญขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๖ ลักษณะเป็นเจดีย์ก่ออิฐสอดิน มีรูปประติมากรรมปูนปั้นประดับเจดีย์สวยงาม รูปภาพประดับบนฐานประทักษิณแบ่งออกเป็นช่อง  ๆ ตกแต่งด้วยภาชนะดินเผาและปูนปั้น เล่าเรื่องนิทานชาดก

สุดทางเดินเราจะพบกับธรรมจักรศิลา ซึ่งเป็นเครื่องหมายของการเผยแผ่พระพุทธศาสนา คุณลุงทวีปบอกว่าในสมัยแรกธรรมจักรใช้แทนองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เปรียบเหมือนผู้หมุนกงล้อแห่งธรรมให้เคลื่อนที่ไป  พุทธศิลปะในยุคแรกของอินเดียใช้สัญลักษณ์ต่างๆแทนพระพุทธองค์เพื่อเล่าเรื่องราวในพุทธประวัติโดยธรรมจักรใช้เป็นสัญลักษณ์ของเหตุการณ์ตอนพระพุทธองค์ทรงแสดงพระธรรมเทศนา ก่อนที่จะมีการสร้างพระพุทธรูปขึ้นในภายหลัง


เดินชมจนทั่วก็พอดีได้เวลานัดหมาย เดินกลับออกมารวมกลุ่มหน้าประตูวัด เตรียมกลับไปที่โรงเรียน กลุ่มพวกเราอดไม่ได้ที่จะแอบยิ้มให้กัน เมื่อเห็นเพื่อน ๆ กลุ่มอื่น ไปเดินถ่ายภาพกันมาร้อนหน้ามัน เหงื่อท่วมตัว แต่กลุ่มของเรายังสดชื่นเย็นสบาย เพราะไปเที่ยวในห้องแอร์มา แถมยังได้รู้เรื่องราวที่น่าประทับใจอีกเยอะแยะด้วย


Monday, October 16, 2017

โครงการอบรมเยาวชน Youth Bloggers รุ่นที่ ๑๔ โรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย

   


อนุสาร อ.ส.ท. ร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) จัดโครงการอบรมเยาวชน YOUTH BLOGGERS  รุ่นที่ ๑๔ ขึ้น ณ โรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย อำเภอเมือง ฯ จังหวัดนครปฐม ในระหว่างวันที่   ๒๓-๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๐ ที่ผ่านมา  ซึ่งในการอบรมครั้งนี้เป็นนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายของโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัยรวมทั้งสิ้น ๔๗ คน




อบรมภาคทฤษฏีในวันแรกช่วงเช้า นายภาคภูมิ น้อยวัฒน์ บรรณาธิการฝ่ายภาพ อนุสาร อ.ส.ท. ทำหน้าที่วิทยากร บรรยายเรื่องเทคนิคการเก็บข้อมูล การเขียน และการถ่ายภาพสารคดีท่องเที่ยว ก่อนที่ในช่วงบ่ายจะนำนักเรียนผู้เข้าอบรมลงฝึกภาคปฏิบัติ ในบริเวณวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดนครปฐม 
  


ในวันที่สองผู้เข้าอบรมฝึกเชิงปฏิบัติการเขียนสารคดีสั้น พร้อมคัดเลือกภาพถ่าย นำเสนอผ่านทางเครือข่ายชุมชนออนไลน์  พร้อมรับฟังการวิจารณ์ผลงาน เพื่อนำไปปรับปรุงในโอกาสต่อไป  

ผลงานที่ได้รับรางวัลจากการประกวดภายในรุ่นที่ ๑๔ มีดังนี้ รางวัลเนื้อหาดีเด่น ได้แก่ นางสาวนันทวรรณ ชมโคกกรวด จากสารคดีเรื่อง “ฝากท้องไว้ที่ระฆังทองแห่งนครปฐม”  รางวัลภาพถ่ายดีเด่นได้แก่ นางสาวกฤษชนก เสรฎฐวงศ์ จากสารคดีเรื่อง “ทิศบูรพา ตระการตาวิหารหลวง”  รางวัลนำเสนอดีเด่นได้แก่ นายธนกฤต เอ็นดูรัศมี และรางวัลผลงานกลุ่มดีเด่นได้แก่ กลุ่มGanger (กลุ่ม ๙) นางสาวณิรัชชา คุณาคำ นายณรงค์เดช ถมังรักษ์สัตย์ นางสาวณภัทร หอยสังข์ทอง นางสาวลัทธพรรณ เปรมปรีสุข และนางสาวธนภรณ์ เสริมสินสุข จากสารคดีเรื่อง “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์”   โดยมีนายสุภพ สัมมเสถียร หัวหน้าฝ่ายกิจกรรมนอกเวลาเรียน โรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย ให้เกียรติเป็นผู้มอบรางวัลและกล่าวปิดการอบรม



ติดตามชมภาพถ่ายกิจกรรมและผลงานของเยาวชน YOUTH BLOGGERS ได้ที่ อนุสาร อ.ส.ท. ในคอลัมน์ “เยาวชนตากล้องท่องเที่ยวไทย” เป็นประจำทุกเดือน และทางออนไลน์ที่กลุ่ม www.facebook.com/groups/osothoYB และที่แฟนเพจ www.facebook.com/youthbloggers

โครงการอบรมเยาวชน Youth Bloggers รุ่นที่ ๑๓ โรงเรียนสอาดเผดิมวิทยา จังหวัดชุมพร


อนุสาร อ.ส.ท. ร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)  ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานชุมพร จัดโครงการอบรมเยาวชน YOUTH BLOGGERS  รุ่นที่ ๑๓ ขึ้น ณ โรงเรียนสะอาดเผดิมวิทยา อำเภอเมือง ฯ จังหวัดชุมพร ในระหว่างวันที่ ๒๒-๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๐ ที่ผ่านมา   โดยมีนายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานพิธีเปิดการอบรม ซึ่งในการอบรมครั้งนี้เป็นนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายของโรงเรียนสอาดเผดิมวิทยา โรงเรียนศรียาภัย และวิทยาลัยอาชีวศึกษาชุมพร รวมทั้งสิ้น ๔๘ คน


อบรมภาคทฤษฏีในวันแรกช่วงเช้า นายภาคภูมิ น้อยวัฒน์ บรรณาธิการฝ่ายภาพ อนุสาร อ.ส.ท. ทำหน้าที่วิทยากร บรรยายเรื่องเทคนิคการเก็บข้อมูล การเขียน และการถ่ายภาพสารคดีท่องเที่ยว ก่อนที่ในช่วงบ่ายจะลงฝึกภาคปฏิบัติในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชุมพร และศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ณ หาดทรายรี สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดชุมพร   


ในวันที่สองผู้เข้าอบรมฝึกเชิงปฏิบัติการเขียนสารคดีสั้น พร้อมคัดเลือกภาพถ่าย นำเสนอผ่านทางเครือข่ายชุมชนออนไลน์  พร้อมรับฟังการวิจารณ์ผลงานเพื่อนำไปปรับปรุงในโอกาสต่อไป  

ผลงานที่ได้รับรางวัลจากการประกวดภายในรุ่นที่ ๑๓ มีดังนี้ รางวัลเนื้อหาดีเด่น ได้แก่นายธนดล จรรยา จากสารคดีเรื่อง “ลืมใครไปหรือเปล่า” รางวัลภาพถ่ายดีเด่นได้แก่ นายพีรพล ไทยนุกูล จากสารคดีเรื่อง “แรงดึงดูดจากกาลเวลา”  รางวัลนำเสนอดีเด่นได้แก่  นางสาวณิชาภัทร แสงวิลัย และรางวัลผลงานกลุ่มดีเด่นได้แก่ กลุ่มมะพร้าว (๗) นายนวมินทร์ ชูปลอด นายวรายุทธิ์ กุ้ยติ๋ว นายธนดล จรรยา นางสาวกานตรัตน์ ดวงสวัสดิ์ นางสาวณิชาภัทร แสงวิลัย และนางสาวพิชญากรณ์ โพธิ์เวียง จากสารคดีเรื่อง  “ความลับของหุ่น” โดยมีนายวินัย กรานมูล ผู้อำนวยการโรงเรียนสะอาดเผดิมวิทยาให้เกียรติเป็นผู้มอบรางวัลและกล่าวปิดการอบรม


ติดตามชมภาพถ่ายกิจกรรมและผลงานของเยาวชน YOUTH BLOGGERS ได้ที่ อนุสาร อ.ส.ท. ในคอลัมน์ “เยาวชนตากล้องท่องเที่ยวไทย” เป็นประจำทุกเดือน และทางออนไลน์ที่กลุ่ม www.facebook.com/groups/osothoYB และที่แฟนเพจ www.facebook.com/youthbloggers