Tuesday, January 15, 2019

เสียงลือเสียงเล่าอ้างอันใดเล่า เจ้าคุกเอ๋ย




ภัณฑิรา ดวงใจ...เรื่อง 
รางวัลเนื้อหาดีเด่น YOUTH BLOGGERS รุ่นที่ ๒๑ โรงเรียนนารีรัตน์จังหวัดแพร่
ณภัทร เหมืองทอง...ภาพ 
รางวัลภาพถ่ายดีเด่น YOUTH BLOGGERS รุ่นที่ ๒๑ โรงเรียนนารีรัตน์จังหวัดแพร่


สมัยพ่อนะ ตอนกลางคืนเขาไม่ค่อยมีใครผ่านคุ้มเจ้าหลวงหรอก เขาบอกว่ามักจะได้ยินเสียงประหลาดดังแว่วมาจากคุก

แน่ะ จะมาหลอกให้กลัวอีกแล้ว

นั่นคือภาพจำในช่วงเวลาหนึ่งที่ฉันได้สนทนากับพ่อเกี่ยวกับคุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่

ในตอนนั้นฉันคิดว่าพ่อต้องมาแกล้งให้กลัวแน่ๆ เพราะโรงเรียนของฉันก็อยู่ตรงข้ามกับคุ้มเจ้าหลวง เดินผ่านทุกวัน อยู่ที่โรงเรียนจนมืดค่ำ ก็ไม่เคยได้ยินเสียงอะไร

จนวันนี้เอง ฉันได้มีโอกาสมาเที่ยวที่คุ้มเจ้าหลวง เอาล่ะ ไปพิสูจน์คำพูดของพ่อกันดีกว่า


รู้ไหม เขาให้หันหลังเข้านะ เพื่อนสนิทมิตรสหายนาม “น้ำตาล” ได้กล่าวขึ้นในขณะที่ฉันกำลังจะเดินเข้าไปสำรวจภายในคุก

การมาเยี่ยมชมคุกที่ใต้ถุนคุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่นั้น มีเคล็ดว่าให้เดินหันหลังเข้าไปในคุก เพราะถือว่าเราจะไม่ได้เดินเข้าแบบนักโทษปกติ  จะได้ไม่ต้องเข้าคุกจริง ๆ   ทีหลัง

เออ ตอนเด็ก ๆ เคยมาที่นี่ พี่มัคคุเทศก์เขาบอกว่า นอกจากเจ้าหน้าที่ที่ดูแล ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่นะ ถ้าหยิบของมาโดยไม่ได้ขอ เดินหยิบมาหน้าตาเฉย แสดงว่าคนนั้นมีความผูกพันกับสิ่งนั้น มิตรสหายคนเก่าเจ้าเดิมกล่าวขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเราเดินมาดูบริเวณที่จัดแสดงโซ่ตรวนที่ใช้ล่ามนักโทษ

อื้อหือ ทำไมความเชื่อเกี่ยวกับคุกถึงได้เยอะแยะขนาดนี้นะ ยังมีเรื่องที่ไม่รู้อีกหรือเปล่าเนี่ย” ฉันนึกในใจ มาเที่ยวคราวนี้นอกจากจะมาพิสูจน์คำพูดพ่อแล้ว จะพิสูจน์คำพูดเพื่อนด้วยดีไหม ถ้าไปถามพี่มัคคุเทศก์ พี่เขาจะเล่าเรื่องลากยาวเหยียดไปถึงสุไหงโกลกไหม แต่มาถึงที่นี่ มีโอกาสแล้ว ก็ไปถามพี่เขาสักหน่อยเถอะ


อ๋อ คุกหรอ เมื่อก่อนมันไม่ใช่คุกนะ มันเป็นเหมือนห้องเก็บสมบัติของเจ้าเมืองกับที่อยู่ของทาส ที่เห็นเป็นช่องบนพื้นน่ะ เขาสันนิษฐานว่าเอาไว้ใช้สำหรับให้เจ้าเมืองเปิดเรียกใช้ทาสที่อยู่ชั้นล่าง พี่โจ การุณ ยาโน มัคคุเทศก์จิตอาสา อธิบายให้ฉันฟัง

อ้าว ตกลงมันไม่ใช่คุกหรอกหรือคะ

ตอนแรกน่ะไม่ใช่ แต่พอเกิดกบฏเงี้ยวเมืองแพร่ ช่วงปี พ.ศ. ๒๔๔๕ สมัยรัชกาลที่ ๕ ส่งกองทัพขึ้นมาปราบเสร็จแล้วใช่ไหม เขาก็เอาพวกนักโทษมาฝากขังไว้ที่นี่ก่อน แต่แค่ชั่วคราวนะ ประมาณ ๒ สัปดาห์ จากนั้นเขาก็ย้ายไปเรือนจำ แต่ตอนขังอยู่ที่นี่ เขาแบ่งเป็นห้องด้วยนะ จะมี ๓ ห้อง ห้องตรงกลางที่มืด ๆ เขามีไว้สำหรับนักโทษสถานหนัก ไม่ให้ข้าวให้น้ำ  ส่วนสองห้องข้าง ๆ เป็นโทษเบา ยังมีโอกาสได้เห็นเดือนเห็นตะวันบ้าง”  พี่โจอธิบายต่อ

พี่คะ พ่อหนูเคยเล่าให้ฟังว่าสมัยพ่อ ตอนกลางคืนจะได้ยินเสียงแปลก ๆ จากคุก มันเป็นเรื่องจริงไหมคะ ฉันเหลือบมองนาฬิกา เห็นว่าใกล้ได้เวลาที่ต้องไปทำธุระแล้ว จึงรีบถามคำถามที่คาใจ และเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันสนใจที่นี่เป็นพิเศษ

น่าจะมี แต่เราน่าจะไม่ทัน เพราะห้องตรงกลางเขาไม่ให้ข้าวให้น้ำไง คงมีตายกันบ้าง แต่คนที่ยังไม่ตายที่เขาย้ายไปน่ะ บางคนก็ไปรอประหาร คำตอบจบลงพร้อมกับเวลาที่หมดไป ฉันกล่าวขอบคุณพี่โจ ก่อนรีบไปทำธุระให้เสร็จ


เป็นอันว่ามาคุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่คราวนี้ ฉันได้ข้อสรุปของฉันแล้วล่ะ ว่าพ่อไม่ได้เล่าเรื่องแกล้งหลอกให้กลัว

แต่แล้วก็เกิดคำถามอีกข้อขึ้นมาในใจว่า ครั้งหน้าฉันจะมาเที่ยวอีกดีไหม เพราะว่าชั้นอื่น ๆ ยังไม่ได้ลองขึ้นไปสำรวจเลย




Friday, January 11, 2019

โครงการอบรมเยาวชน YOUTH BLOGGERS รุ่นที่ ๒๑ โรงเรียนนารีรัตน์จังหวัดแพร่


   
อนุสาร อ.ส.ท. ร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) จัดโครงการอบรมเยาวชน YOUTH BLOGGERS  รุ่นที่ ๒๑ ขึ้น ณ โรงเรียนนารีรัตน์จังหวัดแพร่ อำเภอเมือง ฯ  จังหวัดแพร่ ในระหว่างวันที่ ๒๘-๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ที่ผ่านมา โดยมีนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๔-๖ ของโรงเรียนเข้าร่วมโครงการ ฯ  รวมทั้งสิ้น ๕๐ คน โดยในพิธีเปิดการอบรม ดร.กิจผจญ แมตเมือง ผู้อำนวยการโรงเรียนนารีรัตน์จังหวัดแพร่ กล่าวต้อนรับ นายภาคภูมิ น้อยวัฒน์ บรรณาธิการฝ่ายภาพ อนุสาร อ.ส.ท. กล่าวรายงานความเป็นมาของโครงการ และนายวิเชียร อนุศาสนนันต์ ปลัดจังหวัดแพร่ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดและให้โอวาทเยาวชนที่เข้ารับการอบรม


 ช่วงเช้าของวันแรกเป็นการอบรมภาคทฤษฏี  โดยนายภาคภูมิ น้อยวัฒน์ บรรณาธิการฝ่ายภาพ อนุสาร อ.ส.ท. ทำหน้าที่วิทยากร บรรยายเรื่องเทคนิคการเลือกประเด็นในการนำเสนอ การเก็บข้อมูลภาคสนามเบื้องต้น รวมทั้งเทคนิคการเขียน และการถ่ายภาพสารคดีท่องเที่ยวเบื้องต้น ให้กับเยาวชนที่เข้ารับการอบรม


ช่วงบ่ายเป็นการฝึกปฏิบัติภาคสนาม โดยคณะเยาวชน YOUTH BLOGGERS รุ่นที่ ๒๑ ลงพื้นที่เก็บข้อมูลและถ่ายภาพประกอบสำหรับจัดทำสารคดีสั้น ในบริเวณคุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ สถาปัตยกรรมเก่าแก่อายุนับร้อยปีที่ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเรื่องราวประวัติความเป็นมาของเมืองแพร่ บุคคลสำคัญ ตลอดจนข้าวของเครื่องใช้ในอดีต ให้นักท่องเที่ยวผู้สนใจเข้าเยี่ยมชม  รวมไปถึงแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงได้แก่ ศาลหลักเมือง วัดพระบาทมิ่งเมือง และวัดพงษ์สุนันท์  ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลชั้นดีที่มีความหลากหลาย สำหรับเยาวชนผู้เข้าอบรมได้ผึกปฏิบัติหาข้อมูล ความประทับใจ และภาพถ่าย นำไปเป็นหัวข้อในการสร้างสรรค์ผลงาน



ในวันที่สอง เยาวชนผู้เข้าอบรมฝึกเชิงปฏิบัติการเขียนสารคดีสั้นและคัดเลือกภาพถ่าย บอกเล่าเนื้อหาและภาพความประทับใจจากแหล่งท่องเที่ยวในมุมมองของตนเองที่ไปพบเห็นมา ผ่านทางเครือข่ายชุมชนออนไลน์  พร้อมนำเสนอแนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงาน โดยมีวิทยากรให้คำวิจารณ์ผลงานแต่ละชิ้น เพื่อเป็นแนวทางนำไปปรับปรุงในโอกาสต่อไป 


ผลงานที่ได้รับรางวัลจากการประกวดภายใน Youth Bloggers รุ่นที่  ๒๑ มีดังนี้ รางวัลนำเสนอดีเด่น ได้แก่นายณัฐพงศ์ นันตา จากสารคดีเรื่อง “ล้านนารไพพรรณพิบูลย์ตีนจกผ้าซิ่น” รางวัลเนื้อหาดีเด่น ได้แก่ อชิรญา อุ่นอารมย์ จากสารคดีเรื่อง “อาลัยรัก ณ คุ้มเจ้าหลวง” รางวัลภาพถ่ายดีเด่น ได้แก่ นายณภัทร เหมืองทอง จากสารคดีเรื่อง  “เที่ยวห้องขัง อลังการเว่อร์”  และรางวัลเนื้อหาและภาพถ่ายดีเด่น ได้แก่นางสาวภัณทิรา ดวงใจ จากสารคดีเรื่อง “เสียงลือเสียงเล่าอ้างอันใดเล่า เจ้าคุกเอย” โดยบรรณาธิการฝ่ายภาพ อนุสาร อ.ส.ท. เป็นผู้มอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดพร้อมทั้งมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้เข้ารับการอบรม  และนางเฟื่องฟ้า คำตัน  รองผู้อำนวยการโรงเรียนนารีรัตน์จังหวัดแพร่ ให้เกียรติร่วมในพิธีมอบรางวัลและประกาศนียบัตร และกล่าวปิดการอบรม



 ร่วมสนุกส่งภาพถ่ายและบอกเล่าเรื่องราวแหล่งท่องเที่ยวใกล้บ้านเข้าประกวด ชิงรางวัลกล้องคอมแพ็กต์มูลค่า ๓,๐๐๐ บาท พร้อมประกาศนียบัตร และเสื้อยืด YOUTH BLOGGERS เป็นประจำทุกเดือน โดยดูรายละเอียดการส่งผลงานเข้าประกวด และชมภาพถ่ายกิจกรรมและผลงานของเยาวชน YOUTH BLOGGERS ได้ที่ อนุสาร อ.ส.ท. ในคอลัมน์ “เยาวชนตากล้องท่องเที่ยวไทย” เป็นประจำทุกเดือน และทางออนไลน์ที่กลุ่ม www.facebook.com/groups/osothoYB และที่แฟนเพจ www.facebook.com/youthbloggers



Sunday, November 18, 2018

ผลิตภัณฑ์ปลอดสารพิษ ทีเด็ดประแส


ชลิตา วงค์เกี่ย...เรื่องและภาพ

 ชุมชนปากน้ำประแสอยู่ติดแม่น้ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง  มีอะไรที่น่าค้นหา น่ามาลอง มากกว่าแค่มาเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยว เพราะยังมีอาหารพื้นเมืองและสินค้าต่าง ๆ อีกมากมาย ที่รอให้นักท่องเที่ยวมาช็อป มาชิม   

ผลิตภัณฑ์เด็ดของชุมชนที่ทุกคนมาแล้วห้ามพลาด ควรจะแวะมาซื้อกลับไปคือ “กะปิเจ๊แหม่ม” ขายอยู่ที่ถนนคนเดินปากน้ำประแส

ร้านนี้เกิดจากการที่บ้านอยู่ติดกับแม่น้ำ ในสายน้ำจะมีสัตว์น้ำต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะ “เคย” ที่มีลักษณะคล้าย ๆ กับกุ้ง แต่ตัวเล็กมาก นำมาทำกะปิได้

กะปิสามารถใช้ทำอาหารได้หลาย ๆ อย่าง เช่น น้ำพริกกะปิ มีรสชาติกลมกล่อม  ที่บ้านของป้าแหม่มมีอุปกรณ์ยกเคย ทำเคย ป้าแหม่มจึงคิดจะทำกะปิ


ป้าแหม่มบอกว่าขั้นตอนคือยกเคย นำเคยมาล้างให้สะอาด นำสิ่งสกปรกที่ปะปนมาออก นำมาตากพอหมาด นำมาชั่ง ในอัตราส่วนเกลือ ๑ ส่วน เคย ๑๐ ส่วน  สูตรนี้ได้มาจากการลองผิดลองถูกของป้าแหม่ม ลองทำอยู่นาน จึงได้สูตรนี้มา นำมาเคล้ารวมกันจนเข้ากัน

ใส่ถังปิดฝาให้มิดทิ้งไว้ ๒-๓ วัน แล้วตาก ทำซ้ำ ๒-๓ รอบ แต่ต้องระวัง ถ้าตากนานไปจะแข็ง เสร็จแล้วนำมาตำหรือโม่  ปัจจุบันที่ร้านใช้วิธีการโม่และ นำมาอัดใส่โหล


ครั้งแรกที่เริ่มทำทำกินกันในครอบครัว และแจกชาวบ้าน ต่อมาเริ่มได้เคยเยอะขึ้น ทำให้ป้าแหม่มทำกะปิได้มากขึ้น จนกินไม่ไหว เลยทำขาย ขายในราคาที่ไม่แพงเกินไป  และจะทำได้เยอะในช่วงที่มีเคย เช่น ช่วงเดือนตุลาคมนี้

ที่สำคัญกะปินี้ทำมาจากธรรมชาติล้วน ๆ จึงไม่มีสารพิษและไม่เหม็น อยากให้ทุกคนได้มาลองสัมผัสและมาซื้อกะปิไร้สารพิษนี้ ได้ที่ชุมชนปากน้ำประแส


เราเชื่อว่าทุกคนจะต้องหอบหิ้วกะปิกลับบ้านกันไปจนเกือบหมดร้าน และต้องกลับมาซื้อใหม่อีกครั้งอย่างแน่นอน
 

“กะปิเจ๊แหม่ม” มีหลากหลายขนาดและราคาให้เลือก กระปุกเล็ก ๕๐ บาท กระปุกกลาง ๑๒๐ บาท กระปุกใหญ่  ๒๐๐ บาท จัดจำหน่ายโดยนางสมัญญา บำเพ็ญทาน อายุ ๔๘ ปี ตำบลปากน้ำประแส อำเภอแกลง จังหวัดระยอง โทรศัพท์ ๐๘ ๑๗๙๔ ๙๙๔๔


Friday, November 9, 2018

โครงการอบรมเยาวชน YOUTH BLOGGERS รุ่นที่ ๒๐ โรงเรียนชุมชนวัดตะเคียนงาม


  

                  อนุสาร อ.ส.ท. ร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) จัดโครงการอบรมเยาวชน
 YOUTH BLOGGERS  รุ่นที่ ๒๐ ขึ้น ณ โรงเรียนชุมชนวัดตะเคียนงาม อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ในระหว่างวันที่ ๓๐-๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๑ ที่ผ่านมา โดยมีนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๑-๓ ของโรงเรียนเข้าร่วมโครงการ ฯ  รวมทั้งสิ้น ๔๐ คน 



โดยในพิธีเปิดการอบรม นางอัญชลี สารสุวรรณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนวัดตะเคียนงามกล่าวต้อนรับ นายภาคภูมิ น้อยวัฒน์ บรรณาธิการฝ่ายภาพ อนุสาร อ.ส.ท. กล่าวรายงานความเป็นมาของโครงการ และนายไชยรัตน์ เอื้อตระกูล นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลปากน้ำประแส ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดและให้โอวาทเยาวชนที่เข้ารับการอบรม  


     ช่วงเช้าของวันแรกเป็นการอบรมภาคทฤษฏี  โดยนายภาคภูมิ น้อยวัฒน์ บรรณาธิการฝ่ายภาพ อนุสาร อ.ส.ท. ทำหน้าที่วิทยากร บรรยายเรื่องเทคนิคการเลือกประเด็นในการนำเสนอ การเก็บข้อมูลภาคสนามเบื้องต้น รวมทั้งเทคนิคการเขียน และการถ่ายภาพสารคดีท่องเที่ยวเบื้องต้น ให้กับเยาวชนที่เข้ารับการอบรม


     ช่วงบ่ายเป็นการฝึกปฏิบัติภาคสนาม โดยคณะเยาวชน YOUTH BLOGGERS รุ่นที่ ๒๐ ลงพื้นที่เก็บข้อมูลและถ่ายภาพประกอบสำหรับจัดทำสารคดีสั้น ในบริเวณชุมชนปากน้ำประแส ที่ประกอบด้วยห้องแถวไม้อันเป็นอาคารเก่าแก่อายุร่วมร้อยปี บนสองฟากทางเต็มไปด้วยร้านรวงขนมนมเนยพื้นบ้าน ข้าวของเครื่องใช้ ตลอดจนเรื่องราวของชุมชนประมงแต่ดั้งเดิม ที่ยังหลงเหลือให้ได้สัมผัสและเสาะหาความประทับใจ นำไปเป็นหัวข้อในการสร้างสรรค์ผลงาน



ในวันที่สอง เยาวชนผู้เข้าอบรมฝึกเชิงปฏิบัติการเขียนสารคดีสั้นและคัดเลือกภาพถ่าย บอกเล่าเนื้อหาและภาพความประทับใจจากชุมชนปากน้ำประแสที่ไปพบเห็นมา ผ่านทางเครือข่ายชุมชนออนไลน์  พร้อมนำเสนอแนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงาน โดยมีวิทยากรให้คำวิจารณ์ผลงานแต่ละชิ้น เพื่อเป็นแนวทางนำไปปรับปรุงในโอกาสต่อไป 


ผลงานที่ได้รับรางวัลจากการประกวดภายใน Youth Bloggers รุ่นที่  ๒๐ มีดังนี้ รางวัลนำเสนอดีเด่น ได้แก่ เด็กหญิงณัฐณิชา น้อยเจริญ จากสารคดีเรื่อง “ตลาดแห่งความสุข” รางวัลเนื้อหาดีเด่น ได้แก่ เด็กหญิงชลิตา วงศ์เกี่ย จากสารคดีเรื่อง “ผลิตภัณฑ์ปลอดสารพิษ ทีเด็ดประแส”  รางวัลภาพถ่ายดีเด่น ได้แก่ เด็กหญิงกิตติมา ตระกูลดี จากสารคดีเรื่อง “น้องเคย สินค้าชุมชน” และรางวัลเนื้อหาและภาพถ่ายดีเด่น ได้แก่ เด็กหญิงพรฤดี จงสวัสดิ์ จากสารคดีเรื่อง “หลีบูติค”  โดยบรรณาธิการฝ่ายภาพอนุสารอ.ส.ท. เป็นผู้มอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดพร้อมทั้งมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้เข้ารับการอบรม  นางอัญชลี สารสุวรรณ์  ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนวัดตะเคียนงาม ให้เกียรติร่วมในพิธีมอบรางวัลและประกาศนียบัตร และกล่าวปิดการอบรม


 ร่วมสนุกส่งภาพถ่ายและบอกเล่าเรื่องราวแหล่งท่องเที่ยวใกล้บ้านเข้าประกวด ชิงรางวัลกล้องคอมแพ็กต์มูลค่า ๓,๐๐๐ บาท พร้อมประกาศนียบัตร และเสื้อยืด YOUTH BLOGGERS เป็นประจำทุกเดือน โดยดูรายละเอียดการส่งผลงานเข้าประกวด และชมภาพถ่ายกิจกรรมและผลงานของเยาวชน YOUTH BLOGGERS ได้ที่ อนุสาร อ.ส.ท. ในคอลัมน์ “เยาวชนตากล้องท่องเที่ยวไทย” เป็นประจำทุกเดือน และทางออนไลน์ที่กลุ่ม www.facebook.com/groups/osothoYB และที่แฟนเพจ www.facebook.com/youthbloggers

Thursday, September 27, 2018

โรงกษาปณ์เเร่นอง




ภัคศวรรษ รักไทย...เรื่องและภาพ
 ผลงานรางวัลเนื้อหาและภาพดีเด่น Youth Bloggers รุ่นที่ ๑๘ โรงเรียนพิชัยรัตนาคาร จังหวัดระนอง
๑๗ ปี เเล้วที่ผมเติบโตขึ้นมาในจังหวัดเล็ก ๆ นี้  ระนอง “เมืองฝนเเปดเเดดสี่” ของประเทศไทย
ที่ผ่านมา วัน ๆ ผมเอาเเต่ขี่มอเตอร์ไซค์ไปมาเที่ยวโน่นเที่ยวนี่ บ่อยครั้งที่ผมมักจะขับรถผ่านบ้านเก่า ๆที่ตั้งอยู่บนถนนดับคดี ข้างศาลประจำจังหวัดระนอง ทุกครั้งที่ผ่าน ผมไม่ได้สนใจเท่าไร เนื่องจากคิดเสมอว่ามันเป็นเเค่บ้านเก่าธรรมดาหลังหนึ่ง
จนกระทั่งเมื่อวันที่ผ่านมานี้เอง ผมมีโอกาสได้ร่วมไปทัศนศึกษาในสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของเมืองระนอง ที่มีชื่อว่า "บ้านร้อยปีเทียนสือ" ได้ยินชื่อตอนแรก ผมไม่ได้คิดอะไร เพราะในใจนึกอยู่ว่าน่าจะต้องเป็นจวนผู้ว่า ฯ อย่างเเน่นอน
แต่เมื่อมาถึงบ้านร้อยปีเทียนสือเข้าจริง    ผมก็ต้องตกใจอยู่ไม่น้อยเลย เพราะว่ามันคือบ้านเก่า ๆ หลังที่ผมขี่รถมอเตอร์ไซค์ผ่านเกือบทุกวัน

มองดูจากภายนอกเเล้ว มันคือบ้านที่สร้างขึ้นมาจากไม้ มีการออกแบบบ้านรูปทรงแปลก ๆ ไม่ค่อยเหมือนกับบ้านทรงไทยทั่วไป ทั้งลวดลายพื้น ลักษณะขอบหน้าต่าง รวมถึงของตกแต่งในบ้านเช่น เก้าอี้ สิ่งของต่าง ๆ ดูเเปลกตาไปหมด
ผมเก็บความสงสัยนี้ ไปถามลุงคนหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่ ชื่อ “ลุงศุภ” (ศุภพรพงศ์ชัย พรพงษ์) ว่า “คุณลุงครับ ผมสงสัยครับ ว่าเดิมทีใครเป็นเจ้าของที่นี้"
ลุงศุภบอกผมว่า “บ้านหลังนี้เดิมทีเป็นบ้านของท่านเทียนสือ หลานเขยของพระยารัษฎานุประดิษฐ์ บ้านหลังนี้มีอายุมากกว่า ๑๐๐ ปีอีกนะ"


“เเล้วทำไมถึงสร้างบ้านทรงแปลกจังเลยครับ ดูอย่างหน้าต่างก็เเปลก ขอบหน้าต่างก็แปลก แถมยังทำเหล็กดัดที่หน้าต่างเสียหนา ต่างจากบ้านคนอื่นทั่วไปตั้งหลายเท่า"
 ลุงศุภตอบว่า “บ้านหลังนี้เดิมทีมีชื่อว่า อั้งม้อเหลา เทียนสือ “อั้ง” หมายถึงสีเเดง “ม้อ” หมายถึงผม เเละ “เหลา” หมายถึงบ้าน แปลรวมเเล้วคือ “บ้านหัวเเดง” หมายถึงบ้านแบบฝรั่งนั่นเอง นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้บ้านหลังนี้มีลักษณะต่างจากบ้านทั่วไป ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมส่วนต่าง ๆ ของบ้าน สร้างเเปลก ๆ ก็คือในสมัยก่อนมันไม่มีธนาคาร บ้านหลังนี้จึงเป็นเหมือนกับธนาคาร จึงต้องสร้างเหล็กดัดที่หน้าต่างให้หนาเป็นพิเศษ หนูลองมองไปที่ขอบหน้าต่างสิ"
ผมมองไปที่ขอบหน้าต่าง
“หนูเห็นเป็นอะไร”  ลุงศุภถาม
“ไม่รู้สิครับ มันค่อนข้างจะเเปลกในความคิดของผม” ผมตอบกลับไป พร้อมทำสีหน้างง ๆ
ลุงศุภจึงบอกผมว่า “ถ้าหนูมองตรงขอบหน้าต่างให้ดี ๆ หนูจะเห็นว่ามันคือหมวกของทหารคลุมอยู่ 
             ตรงฐานของหน้าต่างที่เป็นหยักเหลี่ยม ๆ ยังบอกถึงยศของทหารเหล่านั้นด้วย เเละสิ่งที่คลุมอยู่นั้นคือบล็อกสี่เหลี่ยม ซึ่งบล็อกเหล่านั้นหมายถึงก้อนทอง นั่นเเสดงให้เห็นถึงการคุ้มกันทอง ตามหลักฮวงจุ้ยของจีนเเละถ้าหนูมองตรงพื้นดีๆ หนูจะเห็นพื้นเป็นรูปข้าวหลามตัดทั่วพื้นบ้าน นั้นเป็นสัญญลักษณ์ของทองที่มีอยู่มากมายนั้นเอง"


              หลังจากได้ฟังที่ลุงศุภเล่า คำถามต่าง ๆ ในหัวผมก็หายไป จนผมเดินไปพบเก้าอี้ที่มีลักษณะแปลกออกไปจากเก้าอี้โดยทั่วไป จึงถามลุงศุภต่ออีกว่า "คุณลุงครับ ทำไมเก้าอี้นี้มันถึงเป็นแบบนี้ละครับ"
 ลุงศุภตอบผมว่า “จริง ๆ เเล้วมันถูกออกแบบมาให้มีลักษณะเหมือนก้อนทองคำสมัยก่อนของจีน” 
คำถามในหัวของผมจบลง พร้อมกับหมดเวลาที่จะให้ผมได้สงสัยต่อเเล้วเหมือนกัน เพราะผมต้องไปทัศนศึกษาที่อื่นต่อ เเต่ผมเชื่อว่าสิ่งที่ผมรู้ มันยังเป็นเพียงเเค่ความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น เกี่ยวกับ “บ้านร้อยปีเทียนสือ"  ต้องมีเรื่องราวอีกมากมายที่ผมยังไม่รู้
เเละถ้าผมมีเวลาว่าง ผมจะต้องกลับมาที่นี่อีกเเน่นอน.




Tuesday, September 11, 2018

โครงการอบรมเยาวชน YOUTH BLOGGERS รุ่นที่ ๑๘



   

อนุสาร อ.ส.ท. ร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) จัดโครงการอบรมเยาวชน YOUTH BLOGGERS  รุ่นที่ ๑๘ ขึ้น ณ โรงเรียนพิชัยรัตนาคาร อำเภอเมือง ฯ จังหวัดระนอง ในระหว่างวันที่ ๒๔-๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๑ ที่ผ่านมา โดยมีนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๕ และ ๖ ของโรงเรียนพิชัยรัตนาคารเข้าร่วมโครงการ ฯ  รวมทั้งสิ้น ๔๕ คน




ในพิธีเปิดการอบรมนายชวนะ คำกล้า ผู้อำนวยการโรงเรียนพิชัยรัตนาคารได้กล่าวต้อนรับ  โดยมี      นายชัยภัทร เศรษฐยุกานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดระนอง ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด



 ช่วงเช้าของวันแรกเป็นการอบรมภาคทฤษฏี  นายภาคภูมิ น้อยวัฒน์ บรรณาธิการฝ่ายภาพ อนุสาร อ.ส.ท. ทำหน้าที่วิทยากร บรรยายเรื่องเทคนิคการเลือกประเด็นในการนำเสนอ การเก็บข้อมูลภาคสนามเบื้องต้น รวมทั้งเทคนิคการเขียนและการถ่ายภาพสารคดีท่องเที่ยวเบื้องต้น ให้กับเยาวชนที่เข้ารับการอบรม


ช่วงบ่ายเป็นการฝึกปฏิบัติภาคสนาม โดย Youth Bloggers รุ่นที่ ๑๘ นี้ ลงพื้นที่เก็บข้อมูลและถ่ายภาพประกอบสำหรับจัดทำสารคดีสั้น ณ บ้านโบราณ ๑๐๐ ปีเทียนสือ แหล่งท่องเที่ยวใหม่ล่าสุดของจังหวัดระนอง ที่ภายใต้อาคารเก่าแก่เต็มไปด้วยภาพถ่ายโบราณ และสิ่งของที่บอกเล่าเรื่องราวในยุคการทำเหมืองแร่ อันเป็นต้นกำเนิดของเมืองระนองอยู่อย่างมากมาย


จากนั้นจึงไปเก็บข้อมูลของพื้นที่ในแหล่งที่สองคือพระราชวังรัตนรังสรรค์ (จำลอง) ซึ่งมีประวัติว่าทางพระยารัตนเศรษฐี เจ้าเมืองระนอง ได้สร้างพระราชวังแห่งนี้ขึ้นด้วยไม้สักและไม้ตะเคียนทองอย่างดี ด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบยุโรป คาบานาส เพื่อรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เมื่อคราวเสด็จประพาสหัวเมืองภาคใต้ฝ่ายตะวันตก  เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๓๓



จุดสุดท้ายสำหรับการฝึกปฏิบัติภาคสนามคือวัดบ้านหงาว อำเภอหงาว ซึ่งในอุโบสถของวัดประดิษฐานพระพุทธรูปดีบุกขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และโดยรอบของอุโบสถประดับด้วยลวดลายปูนปั้นบอกเล่าประวัติความเป็นมาของเมืองระนอง


ในวันที่สองผู้เข้าอบรมฝึกเชิงปฏิบัติการเขียนสารคดีสั้นและคัดเลือกภาพถ่าย บอกเล่าเนื้อหาและภาพผ่านทางเครือข่ายชุมชนออนไลน์  พร้อมนำเสนอแนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงาน โดยมีวิทยากรให้คำวิจารณ์ผลงานแต่ละชิ้น เพื่อเป็นแนวทางนำไปปรับปรุงในโอกาสต่อไป 

ผลงานที่ได้รับรางวัลจากการประกวดภายใน Youth Bloggers รุ่นที่ ๑๘ มีดังนี้ รางวัลนำเสนอดีเด่น ได้แก่ นายชนกันต์ บุญกิจ รางวัลเนื้อหาดีเด่น ได้แก่ นางสาวณัฏฐ์พิชา รัตนมณีฉาย จากสารคดีเรื่อง “แกะรหัส บ้านเทียนสือ”   รางวัลภาพถ่ายดีเด่น ได้แก่ นางสาวณูวาณิชย์ คล้ายมุข จากสารคดีเรื่อง “รู้หรือเปล่า วัดหงาวก็มีนะ” และรางวัลเนื้อหาและภาพถ่ายดีเด่น ได้แก่ นายภัคศวรรษ รักไทย จากสารคดีเรื่อง “โรงกษาปณ์แร่นอง” โดยบรรณาธิการฝ่ายภาพอนุสารอ.ส.ท. เป็นผู้มอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวด และมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้เข้ารับการอบรม  โดยมีนางสาวพัดชา ช่วยปลอด รองผู้อำนวยการโรงเรียนพิชัยรัตนาคารให้เกียรติร่วมในพิธีมอบรางวัลและประกาศนียบัตร และกล่าวปิดการอบรม